เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด บทความ เกี่ยวกับเรา วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย
Mobile   PDA  
ค้นหา:
สมัครสมาชิก  บทความ  รถเข็น 
สถิติของเวบไซต์
เปิดเวบเมื่อ 07/04/2551
ปรับปรุงเวบเมื่อ 31/10/2557
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 3795
3100400385876


หมวดหมู่สินค้า/บริการ
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (3795)
สร้อยคอพระเครื่องแสตนเลสและอื่นๆ Necklace
หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา (1) LP Doo
หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน จ.อยุธยา LP Chuen
หลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ และหลวงพ่อทวดวัดอื่น LP Tuad
หลวงพ่ออุดม วัดพิชัยสงคราม จ.อยุธยา Luangpor Udom
หลวงตาม้า วัดพุทธพรหมปัญโญ (วัดถ้ำเมืองนะ) LT Ma
หลวงพ่อสนิท วัดลำบัวลอย จ.นครนายก Luangpor Sanit
รวมพระเครื่องที่มีอย่างละองค์
หลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย LP Phutta Isara
หลวงปู่สี ฉันทสิริ วัดเขาถ้ำบุญนาค Luangpu Si
หลวงปู่ละมัย สวนป่าสมุนไพร Luangpu Lamai
หนังสือประวัติพระเกจิและวัตถุมงคลในประเทศไทย
หลวงพ่อพุธ วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา Luangpor put
หลวงปู่หมุน วัดป่าหนองหล่ม จ.สระแก้ว Luangpu mhun
หลวงปู่สุภา วัดสีลสุภาราม จ.ภูเก็ต Luangpu Supa
หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ และศิษย์ Luangpu Tim
หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรีเจริญสุข Luangpu Budda
พระอาจารย์วราห์ วัดโพธิทอง กทม. Luangpor Warah
หลวงพ่อเผือด วัดมะกอก กทม. Luangpor Peard
แม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม Maeshe Bunrearn
หลวงพ่อผาด วัดไร่ จ.อ่างทอง Luangpor Pard
หลวงปู่นนท์ วราโภ วัดเหนือวน Luangpu Non Varapo
จตุคามรามเทพ ยุคแรก รุ่นนิยม
หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน จ.อยุธยา Luangpor Poon
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง Luangpor Lersilingdam
หลวงปู่ต้นบุญ
หลวงปู่ญาท่านสวน วัดนาอุดม Yatansuan Watnaudom
หลวงพ่อมึ วัดมารวิชัย จ.อยุธยา Luangpor Mee
หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กทม. Luangpu Toh
พระเครื่องกรมศิลปากร Fine Arts Department\'s amule
พระ 25 ศตวรรษ
หลวงพ่อหวล วัดพุทไธสวรรค์ จ.อยุธยา Luangpor Huan
หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี Luangpor Pae
หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่าน จ.ปราจีนบุรี Luangpor Earr
หลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม Luangpor Auyporn
หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส จ.จันทบุรี Luangpor Khong
หลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ Luangpor Kasem
พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี Luangpor Keal
หลวงพ่อแสวง วัดสว่างภพ Luangpor Sawang
พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป Luangpor Plien
หลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง Luangpu Sri
หลวงปู่นาม วัดน้อยชมภู่ Luangpu Nam Watnoichompoo
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี Luangpor Jaran
หลวงพ่อสงวน วัดไผ่พันมือ Luangpor Sanguan
ครูบากฤษดา วัดป่ายาง ลำพูน Khubakrissda
หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง Luangpu Vhan
ครูบาตรัยเทพ จ.เชียงใหม่
หลวงปู่สิม วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ Luangpu Sim
หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม (Luangpor Cham)
หลวงพ่อเริ่ม ปรโม วัดจุกกะเฌอ Luangpor Ruem
หลวงปู่สรวง เทวดาเล่นดิน (Luangpu Suang)
หลวงพ่อหล่ำ วัดสามัคคีธรรม กทม. Luangpor Lam
หลวงปู่นะ วัดหนองบัว จ.ชัยนาท Luangpu Na
หลวงพ่อเงิน Luangpor Nguen
หลวงพ่อสุพจน์ วัดห้วงพัฒนา จ.ตราด Luangpor Supoj
หลวงพ่อทอง วัดจักรวรรดิ์ Luangpor Thong
หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ Luangpor Daeng
ญาท่านโทน วัดบ้านพับ Yatantone Watbanpup
หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฏิทอง Luangpor Chumnan
หลวงพ่อครื้น วัดสังโฆสิตาราม luangpor kruen
หลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร จ.นครสวรรค์ Luangpor Joi
หลวงพ่อยงยุทธ วัดเขาไม้แดง Luangpor Yongyuth
พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน
ครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสวโร
หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม (out of stock)
หลวงปู่กอง วัดสระมณฑล จ.อยุธยา (out of stock)
หลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม (out of stock)
หลวงพ่อรวย วัดตะโก จ.อยุธยา (out of stock)
พ่อท่านคล้อย วัดภูเขาทอง จ.พัทลุง (out of stock)
หลวงปู่อ่อน วัดเขียน จ.อ่างทอง (out of stock)
หลวงปูตี๋ วัดท่ามะกรูด จ.สุพรรณบุรี (out of stock)
หลวงพ่อตัด วัดชายนา จ.เพชรบุรี (out of stock)
ครูบาจันต๊ะ วัดหนองช้างคืน จ.ลำพูน (out of stock)
หลวงพ่อประสิทธิ์ Luangpor Prasit (out of stock)
หลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า (out of stock)
หลวงปู่สาย วัดดอนกระต่ายทอง อ่างทอง (out of stock)
หลวงพ่อทอง วัดสำเภาเชย จ.ปัตตานี (out of stock)
หลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย จ.ลำปาง (out of stock)
หลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน กทม. (out of stock)
หลวงปู่ทองดำ ฐิตวัณโณ วัดท่าทอง (out of stock)
หลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม จ.อยุธยา (out of stock)
พ่อท่านเนียน สำนักสงฆ์ต้นเลียบ (out of stock)
หลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม จ.นครปฐม (out of stock)
รวมพระเครื่องที่มีอย่างละองค์ (out of stock)
กล้องส่องพระ Nikon Loupe (out of stock)
หลวงปู่ดู่ วัดสะแก(2) หมดแล้ว SOLD
หลวงตาม้า วัดพุทธพรหมปัญโญ (2) หมดแล้ว SOLD
หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน (2) หมดแล้ว SOLD
หลวงพ่อพรหม วัดขนอนเหนือ LP Phrom
หลวงพ่อนนท์ สำนักสงฆ์เขาพรานธูป LP Non


บริการของร้านค้า
ปฏิทินข่าวสาร

จดหมายข่าว
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ

Link
ประวัติหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก
ประวัติหลวงตาม้า วัดพุทธพรหมปัญโญ จ.เชียงใหม่
ประวัติหลวงปู่ชื้น พุทธสโร วัดญาณเสน
ประวัติหลวงปู่สุภา กันตสีโล วัดสีลสุภาราม
ประวัติหลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ
ประวัติหลวงปู่หงส์ พรหมปัญโญ วัดเพชรบุรี
ประวัติหลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรีเจริญสุข
ประวัติหลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์
ประวัติหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม
ประวัติหลวงปู่สี ฉันทสิริ
ประวัติหลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม
ประวัติหลวงพ่อเอียด วัดไผ่ล้อม
ประวัติหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล
ประวัติหลวงปู่สรวง
ประวัติครูบาเจ้าบุญชุ่ม ญาณสวโร
ประวัติพ่อท่านเขียว กิตติคุโณ วัดอรัญวาสิการาม (วัดห้วยเงาะ) จ.ปัตตานี
เวปไซด์หลวงตามหาบัว
เวปไซด์วัดถ้ำเมืองนะ
เวปไซด์วัดสะแก
เชิญร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูปสมเด็จองค์ปฐมทรงเครื่องจักรพรรดิ์สูง 59 นิ้ว
พลังจิตพิชิตภัยพิบัติ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์ข่าวสดออนไลน์
ราคาทอง ข่าว-บทวิเคราะห์ ราคาทองคำ กราฟราคาทองคำ
สมาคมค้าทองคำ
กรมอุตนิยมวิทยา
วิเคราะห์ชื่อ นามสกุล
ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล
ฟังเพลงธรรมะออนไลน์
ค้นหาสิ่งของฝากส่งทางไปรษณีย์







เว็บบอร์ด
Total: 7:               
 
    
ประวัติหลวงปู่ชื้น พุทธสโร วัดญาณเสน จ.อยุธยา [No. 0]

เมื่อก่อนปี พ.ศ. 2500 ที่วัดญาณเสน ต. ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีพระอาจารย์ผู้เรืองวิชารูปหนึ่ง ชื่อ หลวงพ่อชื้น พุทธสโร ช่วยเหลือชาวบ้าน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยน้ำพระพุทธมนต์ มีชื่อเสียงมากในทางแก้คุณไสย ป้องกันภูตผีปีศาจ ถูกกระทำ โรคกรรมเก่า โรคจิตวิปริต จิตฟุ้งซ่าน คลอดลูกไม่ออก พ่นตาแดง รักษาฝี ฯลฯ

เมื่อหลวงพ่อชื้นเสกน้ำมนต์ ให้ดื่มกินก็ปรากฏว่าหายวัน หายคืน เป็นไปอย่างน่าประหลาด เหล่าภูตผี เจ้าที่หรือวิญญาณที่มีสิงสู่ในตัวตน เมื่อรู้ว่ามีผู้นำน้ำพุทธมนต์เสกของ หลวงพ่อชื้น มา ก็รีบหนีไปผุดไปเกิดทันที จนเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วตลาดหัวรอ ตลาดเจ้าพรหม

ผู้ทีชอบทางค้าขายหลวงพ่อก็จะเสกธะนางกวักเรียกคนเข้าร้านให้
ผู้ที่ชอบทางโลดโผน ผจญภัย เป็นรั้วของชาติ ท่านก็สร้างตะกรุดโทนแจกให้

เล่นแร่แปรธาตุ
ในสมัยนั้นบรรดาเกจิอาจารย์นิยมเล่นแร่แปรธาตุ โดยนำโลหะต่างชนิดกันมาผสมกัน เพื่อให้เป็นทองคำให้เป็นแร่ธาตุกายสิทธิ์ผสมโลหะ 5 อย่าง 7 อย่าง 9 อย่าง ออกมาเป็นสัตตโลหะ นวโลหะ อย่างเช่น หอกของหลายชุมพล ปลายหอกทำด้วยสัตตโลหะ ใครที่ว่าเหนียว เมื่อเจอโลหะผสมก็เปื่อยเป็นเนื้อต้มทีเดียว หลวงพ่อชื้น ท่านก็ลองวิชาของท่านเหมือนกัน นำโลหะมาผสมได้เนื้อเหลืองทางทองคำก็มี เนื้อเหลือบใสแดงขาวก็มี ท่านเรียกโลหะของท่านว่า เนื้อลูกแก้ว ท่านผสมไว้มากมายใต้ถุนกุฏิ เมื่อใครมาขอท่านก็หลอมเป็นลูกอมเล็ก ๆ ให้พกติดตัว ผู้ที่ได้ไปก็แคล้วคลาดภัยอันตรายต่าง ๆ ถ้าวันใดว่าง ๆ ท่านก็จะให้ศิษย์ไปหาตะปูสังฆวานรตามเจดีย์ร้างเก่า ๆ มาหลอมรีดเป็นตะกรุด ผู้ได้ไปก็มีความคงกระพันชาตรี มหาอุด หยุดลูกปืน จนท่านทำให้แทบไม่หวาดไหว

พระธุดงค์มาสอนธรรมะเพื่อความหลุดพ้น
ต้นปี พ.ศ. 2500 มีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้ธุดงค์ผ่านมาที่วัดญาณเสน พบกับ หลวงพ่อชื้นเข้าโดยบังเอิญ ท่านอาจารย์ทั้งสองเกิดถูกอัธยาศัยกัน จึงได้สนทนาธรรมกับผู้ศึกษาธรรมย่อมรู้ญาณซึ่งกันและกัน เพียงสนทนากันไม่กี่ประโยคก็ทราบได้ว่ามีความรู้เพียงใด บำเพ็ญเพียร มามากเพียงใด


อาจารย์ต้องการศิษย์….ศิษย์ต้องการอาจารย์
พระธุดงค์เปรยขึ้นมาว่า ที่ท่านชื้นได้ร่ำเรียนวิชามานั้น ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่ในวัตถุ ต้องปล่อยปละละวาง ละความโลภ โกรธ หลง ทั้งปวง พร้อมทั้งแนะนำธรรมะ และข้อปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นอีกหลายข้อ ตามแนวทางของพระพุทธองค์หลวงพ่อชื้น จึงได้กราบขอเป็นศิษย์ พระธุดงค์รูปนั้นก็มิได้ปฏิเสธ และพูดว่า “นับเป็นกุศลของอาตมาที่จะได้ช่วยให้ผู้มีบุญวาสนาอยู่แล้วได้สำเร็จมรรคผล” นับแต่วันนั้นมาพระภิกษุทั้ง 2 รูป ก็ได้ทบทวนศีล 227 ข้อ พระธรรมวินัยต่าง ๆ ภายในพระอุโบสถ ครั้นยามค่ำคืนก็พากันนั่งสมาธิอยู่โคนต้นโพธิ์ ภายในวัดญาณเสน โดยที่หลวงพ่อชื้นจะภาวนาพระคาถาต่าง ๆ ไปด้วย และลงท้ายด้วยภาวนา นัตถิเม มีพระธุดงค์รูปนั้น ได้นั่งสมาธิคุมไปด้วย

ความสำเร็จ
จนกระทั่งเวลาได้ผ่านไป 2 เดือน กับอีก 27 วัน หลวงพ่อชื้น ท่านก็ยังไม่ได้อะไร เพียงแต่ว่าจิตใจสบายและสงบขึ้น และในคืนวันที่ 27 นั้นตอนใกล้รุ่งที่โคนต้นโพธิ์ หลวงพ่อชื้น ท่านได้ยินเสียงเหมือนคนหว่านทรายมารอบ ๆ ตัวท่าน จึงลืมตาถาม พระธุดงค์ พี่เลี้ยงว่า “นั่นเสียงอะไร” พระธุดงค์ จึงตอบว่า “ผีประจำต้นโพธิ์มันจะเข้าต้นไม้ มันไล่ท่านแล้ว” คืนต่อมาหลวงพ่อชื้น จึงขอเข้ามานั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์ จะได้ไม่ไปรบกวนเจ้าที่เจ้าทาง หลังจากนั่งในพระอุโบสถคืนที่ 3 ใกล้รุ่ง หลวงพ่อชื้น ก็นิมิตเห็น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่งสมาธิลอยมา ถึง 3 พระองค์ และพระธรรมจักร เปล่งรัศมีโชติช่วง หมุนอยู่ระหว่างกลาง องค์พระทั้ง 3 พระองค์ เมื่อหลวงพ่อชื้นถอนสมาธิก็บังเกิดความสว่างขึ้นภายในดวงใจ เต็มไปด้วยความปิติ จะนึกสิ่งใดต้องการรู้สิ่งใดก็มีคำตอบขึ้นมาเสร็จ ท่านจึงได้เล่านิมิตให้พระธุดงค์ฟัง พระธุดงค์รูปนั้นท่านก็บอก ว่า “อาตมาหมดหน้าที่แล้ว อาตมาจะกลับไปที่บ้านเกิดของอาตมา ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดโบสถ์ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา”

พระอาจารย์มรณภาพ
หลังจากวันนั้นแล้วพระธุดงค์องค์นั้นก็ธุดงค์กลับ แม้หลวงพ่อชื้นจะอ้อนวอนให้อยู่ต่อ เพื่อจะได้สนองคุณดูแลเมื่อยามแก่เฒ่า หลวงพ่อชื้น เล่าว่า พระธุดงค์องค์นี้ ชื่อ หลวงพ่อเสน เตชะธัมโม เป็นชาวโคราช อำเภอสูงเนิน มาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เล็ก ๆ กับพระยาท่านหนึ่ง ต่อมาได้อุปสมบทที่วัดบรมนิวาส ได้เล่าเรียนพระปริยัตธรรม วิปัสสนากรรมฐานอยู่กับ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) จนกระทั่งมีความคงแก่เรียน จึงได้ออกรุกขมูลธุดงค์หาความวิเวกไปตามสถานที่ต่าง ๆ จนกระทั่งบำเพ็ญเพียรถึงขั้นสูงสุดหลวงพ่อชื้น เล่าว่า ท่านได้ส่งกระแสจิตถึงกันอยู่เสมอ เพียงแต่นึกถึงกัน ก็สนทนากันได้แล้ว และหลังจากนั้นอีก 5 ปี พระอาจารย์เสน เตชะธัมโม ก็มรณภาพ ในท่านั่งสมาธิอยู่บนภูเขาแห่งหนึ่ง ในอำเภอสูงเนิน เมื่อหลวงพ่อชื้นทราบข่าว ก็ขึ้นไปทันที กว่าจะหาศพพบ ก็เป็นเวลา 7 วัน ปรากฏว่านั่งมรณภาพในขณะสมาธบำเพ็ญเพียรอยู่ในซอกหิน ศพไม่เน่าเปื่อยเหมือนคนหลับธรรมดา สัตว์ป่า หรือ มด แมลง ก็มิได้มาไต่ตอมหลวงพ่อชื้น ท่านก็ได้ช่วยทำการฌาปนกิจอย่างสมเกียรติ แล้วจึงเดินทางกลับ

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.อยุธยา ยังบอกว่า "ถ้าข้าไม่อยู่แล้ว ให้ไปกราบพี่ชื้น วัดญาณเสน"

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ยังได้บอกศิษย์ว่า ให้ไปทำบุญกับหลวงปู่ชื้น จ.อยุธยา

หลวงปู่พรหมา เขมจาโร ยังให้ลูกศิษย์ที่เป็นฤาษี มาเก็บพระหลวงปู่ชื้น

หลวงปู่แหวน วัดดอกแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ยังเคยเอ็ดเอากับชาวอยุธยาว่า "ใกล้เกลือกินด่าง" หมายความว่า ชาวอยุธยาผู้นั้นเดินผ่านวัดหลวงปู่ชื้นกลับไม่รู้ว่ามีเพชรแท้อยู่หน้าบ้านตัวเอง แต่กลับไปกราบหลวงปู่แหวน ซึ่งห่างไปตั้งหลายร้อยกิโล

ผมเคยถามท่านด้วยตัวเองว่า พระของหลวงปู่กันนิวเคลียร์ได้ใช่ไหมครับ (เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้) ท่านตอบว่า "ได้" และบอกอีกว่า นิวเคลียร์เป็นพลังทางโลกจะสู้พลังทางธรรมไม่ได้!

คำอาราธนาพระเครื่อง
ให้อาราธนาว่าดังนี้

ข้าพเจ้าขอพระบารมีคุณ
พระพุทโธ พระธัมโม พระสังโฆ เป็นที่พึ่ง......... หรือ
พุทธัง ฤทธิ ธัมมัง ฤทธิ สังฆัง ฤทธิ ชัยยะมังคะลัง
เอหิ พุทธัง เอหิ ธัมมัง เอหิ สังฆัง เอหิ จิตตัง มะมะ เอหิ

ให้ท่านอาราธนาทุกเช้าค่ำแล้วท่านจะสำเร็จตามความปรารถนาตามที่ท่านอธิษฐาน

By : มด  email  (อ่าน 53277 | ตอบ 7)  (25/04/2551 19:22:00)IP. : ...
ความคิดเห็นที่ 1

ต่อไปนี้คือข้อมูลซึ่งอ้างอิงมาจากหนังสือ พุทธคุณ ปี 2545

ผู้เขียนรู้จักหลวงปู่ชื้นเมื่อประมาณ 6-7 ปีก่อน ตอนนั้นอายุยังไม่ถึง 20 ปี เป็นพวกชอบตามล่าหาเกจิอาจารย์ ให้ท่านเป่าหัวบ้าง จารแผ่นจารบ้างสุดแท้แต่ท่านจะเห็นควร ใครว่าองค์ไหนเก่ง องค์ไหนดีก็ตามไปกราบ ตามไปขอของดีพวกวัตถุมงคลต่าง ๆ เจอองค์ไหนดุหน่อยก็โดนเอ็ด โดนว่ากัน แต่ก็ยังไม่เคยเข็ด ที่ผู้เขียนได้รู้จักหลวงปู่มาจากพระอาจารย์ท่านหนึ่งท่านเป็นพระของวัดป่า สายของหลวงปู่ชา สุภัทโท ท่านพาไปกราบ ท่านบอกว่าองค์นี้เก่ง เราก็ไม่รู้ว่าเก่งยังไง แบบไหน ไม่เห็นดังเลย คือไม่เคยได้ยินชื่อหลวงปู่ชื้นเลยตอนนั้นพระอาจารย์ก็บอกว่าองค์นี้ดังเงียบ (ไม่เปิดตัว) เราก็ตกลงไปกราบท่าน แค่บอกว่าท่านเก่งก็ไปแล้ว

เข้ากราบหลวงปู่ชื้นครั้งแรกก็เห็นท่านเป็นพระชรารูปหนึ่ง ขอท่านเป่าหัวท่านก็ทำให้ ขอท่านจารแผ่นทองท่านก็ทำให้ ขอท่านเสกท่านเป่าท่านก็ทำให้ ตอนนั้นก็ยังเฉย ๆ อยู่ เพราะยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก มาคิดได้ตอนหลังว่าถ้าไม่ใช่เพราะท่านเมตตามากแล้ว ท่านคงไม่หอบสังขารอันชราภาพมากแล้วมาทำให้ไอ้พวกเด็ก ๆ พวกนี้หรอก ทำให้ก้แทบจะไม่ได้อะไรเลย นับเป็นครั้งแรกที่เจอหลวงปู่

พอผู้เขียนเริ่มเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่ชื้นบ่อยขึ้น เพราะต้องขับรถผ่านอยุธยาบ่อยประกอบกับเป็นคำสั่งของครูบาอาจารย์ให้ไปกราบหลวงปู่กอง วัดสระมณฑล ให้ไปทำบุญกับปลวงปู่กองให้มาก เลยได้มีโอกาสไปกราบหลวงปู่ชื้นด้วย เพราะวัดอยู่ใกล้กัน ช่วงนั้นหลวงปู่ชื้นเริ่มอาพาธเข้ากราบท่านแต่ละครั้งต้องพูดเสียงดัง ๆ และย้ำให้ท่านจำได้ เพราะความจำท่านหลงลืม เหมือนคนแก่ทั่ว ๆ ไป ทำให้ผู้เขียนเกิดความสงสัยว่าทำไม ท่านเป็นพระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบแล้ว มีอภิญญา มีความสามารถมาก ทำไมเกิดหลงลืมได้ สุดท้ายก็ต้องกลับไปถามครูบาอาจารย์ ท่านก็เมตตาเฉลยให้ฟังว่า เวลาเราไปกราบพระเถระบางรูป ท่านทำท่าเหมือนคนบ้า ๆ บอ ๆ ไม่เต็มบาท หรือเลอะเลือนไป พูดจาไม่รู้เรื่องเป็นพระห้ามลบหลู่ท่านเด็ดขาดจะเป็นบาปมากแก่เรา เพราะท่านฝึกฝนปฏิบัติมานาน ท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ จิตท่านบริสุทธิ์ แต่สังขารท่านไม่เที่ยงมีความเสื่อมไป สักญญาก็ไม่เที่ยง (สัญญา ความจำได้หมายรู้) มีความเสื่อมไป ถ้าหากมันเที่ยงแท้ก็ผิดกับคำสอนของพระพุทธเจ้านะสิ ถึงบางอ้อละทีนี้ ก็เลยได้เข้ากราบหลวงปู่ชื้นอย่างสบายใจ พ.ศ. 2542 หลังจากเดินทางไปกราบครูบาชัยวงศาพัฒนา ได้เข้ากราบหลวงปู่ชื้นกับเพื่อนรุ่นพี่คือ คุณน.นันทวิจิตร ขณะเดินทางไปเกิดความสงสัยอยากรู้เกี่ยวกับหลวงปู่ชื้นว่าที่ท่านเก่งน่ะ ท่านอยู่ระดับไหนแล้ว ช่วงเดินทางก็คิดอยู่ในใจว่าถ้าถามหลวงปู่ตรง ๆ คงไม่ตอบ เผลอ ๆ นิ่งเงียบหรือไม่ก็โดนสวดยาวแน่เลย เลยคิดคำถามก็คุยกับคุณพี่ไปว่าน่าจะดีไหม ก็ตกลงกันได้คำถามที่คิดว่าไม่โดนหลวงปู่สวดแน่ แต่จะตอบหรือไม่นั้นก็ไม่แน่ก็ลองเสี่ยงดู

เข้ากราบหลวงปู่ ถวายสังฆทาน 10 โมงครึ่งทันเวลาไม่มีคนอยู่รบกวน มีแต่คณะของผมที่กวนหลวงปู่อยู่ท่านก้ยิ้มแย้มแจ่มใส เมตตามาก พูดคุยกันรู้เรื่องทุกอย่าง ทำให้แปลกใจว่า มาช่วงก่อนหลวงปู่ยังหลงอยู่เลย แต่ครั้งนี้คุยรู้เรื่องทุกอย่าง ความจำดีมากพวกเราเลยได้ที่ชวนหลวงปู่คุยถามข้อข้องใจต่าง ๆ

หลวงปู่ครับ หลวงปู่สักด้วยเหรอครับ (ท่านก็โชว์รอยสักที่ข้อแขน)

สักสมัยเป็นหนุ่ม แล้วมีฉายาฉัน อุปัชฌาย์ (อีกชื่อผู้เขียนจำไม่ได้) สักกลับวัดมาโดนอุปัชฌาย์บ่นว่าสักทำไม

หลวงปู่รู้จักครูบาวงศ์ไหมครับ ที่อยู่ที่ลำพูนนะครับ องค์นี้เป็นโพธิสัตว์ครับ

ไม่รู้จักหรอก (ท่านก็ชี้รูปข้างหลังให้ดู) นี่อาจารย์ฉัน เป็นโพธิสัตว์มีกระดูกแขนท่อนเดียว

ครับ หลวงปู่รู้จักหลวงปู่กอง วัดสระมณฑลไหมครับ

ตากองน่ะรู้จัก

หลวงปู่ครับ ทำไมพระของหลวงปู่ถึงมีพระ 3 องค์ มีจักรด้วย หมายถึงอะไรครับ (เรียกรัตนจักร)

พระ 3 องค์ คือ พระรัตนตรัย มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จักรคืออำนาจ

หลวงปู่ครับ พระรัตนตรัยมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วพระปัจเจกพุทธะ รวมอยู่ในพระรัตนตรัยหรือเปล่าครับ

แยกอีกพวกหนึ่ง

สมัยนี้พระปัจเจกพุทธะ จะยังมีอยู่มาถึงสมัยนี้หรือเปล่าครับ

มี พวกนี้เหาะได้นะ (พูดแล้วยิ้ม) เมื่อก่อนเคยเห็นเป็นผู้หญิงเหาะมาอยู่ตรงหน้าวัด ฉันอยู่ตรงนี้เห็นเหาะมาแต่เขาไม่เข้ามาในวัดนะ

หลวงปู่ปรารถนาพุทธภูมิหรือปรารถนาพ้นทุกข์ครับ

พ้นทุกข์

ถ้าหลวงปู่ตายแล้ว หลวงปู่จะกลับมาเกิดอีกหรือเปล่าครับ

ไม่กลับมาแล้ว (พร้อมส่ายหัว)

หลวงปู่ครับ บุคคน 8 จำพวก หลวงปู่ได้ครบหรือยังครับ

หา (ฟังไม่ได้ยิน หรือไม่เข้าใจก็ไม่ทราบ)

ครับ (เสียงดัง) อริยะบุคคล 8 จำพวก หลวงปู่ได้ครบหรือยังครับ (แอบเปลี่ยนคำถาม)

ได้ครบแล้ว (พยักหน้า)

อิ่มใจเลยทีนี้ได้สร้างมหาบุญกับพระอรหันต์ขีนาสพแล้วโดยไม่รู้ตัว หายสงสัยเลยทีเดียวที่ว่าเก่งแบบไหนนะ ไม่มีสงสัยอีกแล้ว ตอนนี้ก็จะเอาบุญกับท่านท่าเดียว ถ้าใครสงสัยในคำพูดของหลวงปู่ละก็เชิญโทรถาม คุณ น.นันทวิตร ได้เลยครับ เพราะไปฟังมาด้วยกัน ใครจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่นะครับ แต่สำหรับผมเชื่อเต็มร้อย สำหรับด้านอภินิหารต่าง ๆ นั้นของหลวงปู่ไม่ค่อยอยากเขียน เพราะมีมากที่เจอกับตัวเอง ขอบอกแต่ว่า กระแสบารมีของหลวงปู่สว่างไสวมากครับ เขียนไปสู้ได้เห็นกับตัวเองไม่ได้

ตอนนี้หลวงปู่อายุ 96 แล้ว สังขารชราภาพมากแล้ว ใครอยากทำบุญกับท่านต้องรีบนะ สังขารมันไม่เที่ยงนะ แต่เตือนท่านที่จะไปว่าให้เข้ากราบตอนเวลา 08.00 น. – 11.00 โมงเช้า ให้ตรงเวลานะครับ หลังจากนั้นหลวงปู่จะพักผ่อน ถ้าฝืนก็ต้องเสี่ยงดวงนะครับ

นี่คือบันทึกประสบการณืกราบพระอริยเจ้าของ “คนรุ่นใหม่” ท่านหนึ่งด้วยสำนวนที่ใสบริสุทธิ์และจริงใจ น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง แต่หากว่าใครอยากจะได้ ที่มาด้วยคุณธรรมและคุณวิเศษ ที่เพียบพร้อมด้วยมหาบารมีอันหนักแน่นปานภูผามาการันตีตอกย้ำจิตใจแห่งศรัทธาให้ปักลึกลงที่กลางใจจนสุดขั้วเพิ่มเติมอย่างแท้จริงแล้วงานนี้ก้ไม่มีผิดหวังด้วยเช่นกัน

ครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้เป็น ”สายตรง” ในหลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พระมหาโพธิสัตว์เจ้าอันเกรียงไกร ยังดำรงสังขารอยู่ก็ได้มีลูกศิษย์จากเขต อ.วังน้อย ซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิดท่านหนึ่งได้กราบเรียนถามหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ อย่างตรงไปตรงมาที่สุดว่า

“หลวงปู่ครับ ....หากว่าหลวงปู่มรณภาพจากไปแล้ว พวกกระผมจะไปกราบพระที่ไหนเป็นครูบาอาจารย์ต่อไปดีขอรับ.....????

เมื่อได้ฟัง หลวงปู่ดู่ก็ได้เมตตาวิสัชนาไปในทันใดว่า

“เออ....งั้นให้พวกแกไปกราบ “พี่ชื้น” ที่วัดญาณเสนแทนเถอะ ท่านเป็นพระดีนะ.....”

นอกจากนี้....การันตีจากหลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ที่เคยเอ็ดเอากับชาวอยุธยาหลังวัดญาณเสนคนหนึ่งว่า “ใกล้เกลือกินด่าง” ด้วยเหตุที่ “ตาหมากขามขี้” (สำนวนหลวงปู่ชอบ ฐานสโม อันมีความหมายว่า “ตาไม่ถึง”) ด้วยเดินผ่านกุฏิหลวงปู่ชื้นอยู่เป็นกิจวัตร กลับไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่ามี “เพชรแท้” อยู่หน้าบ้านตัวเอง แต่กลับแล่นไปกราบหลวงปู่แหวน ซึ่งอยู่ห่างไปตั้งหลายร้อยกิโลเมตรก็ดี หรือกรณีที่หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ที่ได้ถวายอนุโมทนาสาธุการยัง หลวงปู่ชื้น พุทธสโร ว่า “ท่านเป็นพระดีนะ...” พร้อมกับแนะนำให้ทั้งพระทั้งโยมไปกราบอยู่เป็นหลายวาระก็ดี ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ทุก ๆ ท่านมั่นใจได้อย่างสิ้นสงสัยว่า ท่านนั้นกราบพระไม่ผิดองค์เป็นแน่นอนแล้วจริง ๆ ....:)

By : มด  email  (22/05/2551 11:09:07) IP. 125.25.140.xx
ความคิดเห็นที่ 2

ยืนยันครับหลวงปู่เมฆ วัดลำกระดาน สังขาลท่านไม่เน่าเปื่อยจริง ทั้งที่ท่านมรณะภาพมาตั้งแต่ปี 2537 จนบัดนี้ผม-เล็บท่านยังงอกขึ้นมาทุกปี ใครมีโอกาสก็ไปกราบไหว้ไว้นะครับเป็นบุญจริงๆ

By : นพดล  email  (10/03/2554 11:27:15) IP. 203.152.13.xx
ความคิดเห็นที่ 3

สาธุ!!!

By : คนกรุงเก่า  email  (27/07/2555 00:36:44) IP. 125.26.170.xxx
ความคิดเห็นที่ 4

โชคดีมีเหรียญรุ่นแรกเนื้อลูกแก้ว สาธุ

 

By : ชัยศิริ โพธิ  email  (13/08/2555 12:58:56) IP. 124.121.228.xx
ความคิดเห็นที่ 5

ตอนนี้ท่านยังดำรงสังขารอยู่หรอป่าวหรือสิ้นไปแล้ว

 

By : เด็กน้อย  email  (07/09/2555 16:20:51) IP. 171.97.172.xx
ความคิดเห็นที่ 6

เนื่องด้วย ข้อความด้านบนตัวอักษรเล็กและแก้ไขไม่ได้แล้ว จึงนำมาลงใหม่ให้อ่านกันง่าย ๆ สบายตาครับ

เมื่อก่อนปี พ.ศ. 2500 ที่วัดญาณเสน ต. ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีพระอาจารย์ผู้เรืองวิชารูปหนึ่ง ชื่อ หลวงพ่อชื้น พุทธสโร ช่วยเหลือชาวบ้าน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยน้ำพระพุทธมนต์ มีชื่อเสียงมากในทางแก้คุณไสย ป้องกันภูตผีปีศาจ ถูกกระทำ โรคกรรมเก่า โรคจิตวิปริต จิตฟุ้งซ่าน คลอดลูกไม่ออก พ่นตาแดง รักษาฝี ฯลฯ

เมื่อหลวงพ่อชื้นเสกน้ำมนต์ ให้ดื่มกินก็ปรากฏว่าหายวัน หายคืน เป็นไปอย่างน่าประหลาด เหล่าภูตผี เจ้าที่หรือวิญญาณที่มีสิงสู่ในตัวตน เมื่อรู้ว่ามีผู้นำน้ำพุทธมนต์เสกของ หลวงพ่อชื้น มา ก็รีบหนีไปผุดไปเกิดทันที จนเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วตลาดหัวรอ ตลาดเจ้าพรหม

ผู้ทีชอบทางค้าขายหลวงพ่อก็จะเสกธะนางกวักเรียกคนเข้าร้านให้ 
ผู้ที่ชอบทางโลดโผน ผจญภัย เป็นรั้วของชาติ ท่านก็สร้างตะกรุดโทนแจกให้

 เล่นแร่แปรธาตุ

ในสมัยนั้นบรรดาเกจิอาจารย์นิยมเล่นแร่แปรธาตุ โดยนำโลหะต่างชนิดกันมาผสมกัน เพื่อให้เป็นทองคำให้เป็นแร่ธาตุกายสิทธิ์ผสมโลหะ 5 อย่าง 7 อย่าง 9 อย่าง ออกมาเป็นสัตตโลหะ นวโลหะ อย่างเช่น หอกของหลายชุมพล ปลายหอกทำด้วยสัตตโลหะ ใครที่ว่าเหนียว เมื่อเจอโลหะผสมก็เปื่อยเป็นเนื้อต้มทีเดียว หลวงพ่อชื้น ท่านก็ลองวิชาของท่านเหมือนกัน นำโลหะมาผสมได้เนื้อเหลืองทางทองคำก็มี เนื้อเหลือบใสแดงขาวก็มี ท่านเรียกโลหะของท่านว่า เนื้อลูกแก้ว ท่านผสมไว้มากมายใต้ถุนกุฏิ เมื่อใครมาขอท่านก็หลอมเป็นลูกอมเล็ก ๆ ให้พกติดตัว ผู้ที่ได้ไปก็แคล้วคลาดภัยอันตรายต่าง ๆ ถ้าวันใดว่าง ๆ ท่านก็จะให้ศิษย์ไปหาตะปูสังฆวานรตามเจดีย์ร้างเก่า ๆ มาหลอมรีดเป็นตะกรุด ผู้ได้ไปก็มีความคงกระพันชาตรี มหาอุด หยุดลูกปืน จนท่านทำให้แทบไม่หวาดไหว

พระธุดงค์มาสอนธรรมะเพื่อความหลุดพ้น

ต้นปี พ.ศ. 2500 มีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้ธุดงค์ผ่านมาที่วัดญาณเสน พบกับ หลวงพ่อชื้นเข้าโดยบังเอิญ ท่านอาจารย์ทั้งสองเกิดถูกอัธยาศัยกัน จึงได้สนทนาธรรมกับผู้ศึกษาธรรมย่อมรู้ญาณซึ่งกันและกัน เพียงสนทนากันไม่กี่ประโยคก็ทราบได้ว่ามีความรู้เพียงใด บำเพ็ญเพียร มามากเพียงใด 


อาจารย์ต้องการศิษย์...ศิษย์ต้องการอาจารย์

พระธุดงค์เปรยขึ้นมาว่า ที่ท่านชื้นได้ร่ำเรียนวิชามานั้น ยังยึดมั่นถือมั่นอยู่ในวัตถุ ต้องปล่อยปละละวาง ละความโลภ โกรธ หลง ทั้งปวง พร้อมทั้งแนะนำธรรมะ และข้อปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้นอีกหลายข้อ ตามแนวทางของพระพุทธองค์หลวงพ่อชื้น จึงได้กราบขอเป็นศิษย์ พระธุดงค์รูปนั้นก็มิได้ปฏิเสธ และพูดว่า “นับเป็นกุศลของอาตมาที่จะได้ช่วยให้ผู้มีบุญวาสนาอยู่แล้วได้สำเร็จมรรคผล” นับแต่วันนั้นมาพระภิกษุทั้ง 2 รูป ก็ได้ทบทวนศีล 227 ข้อ พระธรรมวินัยต่าง ๆ ภายในพระอุโบสถ ครั้นยามค่ำคืนก็พากันนั่งสมาธิอยู่โคนต้นโพธิ์ ภายในวัดญาณเสน โดยที่หลวงพ่อชื้นจะภาวนาพระคาถาต่าง ๆ ไปด้วย และลงท้ายด้วยภาวนา นัตถิเม มีพระธุดงค์รูปนั้น ได้นั่งสมาธิคุมไปด้วย

ความสำเร็

จนกระทั่งเวลาได้ผ่านไป 2 เดือน กับอีก 27 วัน หลวงพ่อชื้น ท่านก็ยังไม่ได้อะไร เพียงแต่ว่าจิตใจสบายและสงบขึ้น และในคืนวันที่ 27 นั้นตอนใกล้รุ่งที่โคนต้นโพธิ์ หลวงพ่อชื้น ท่านได้ยินเสียงเหมือนคนหว่านทรายมารอบ ๆ ตัวท่าน จึงลืมตาถาม พระธุดงค์ พี่เลี้ยงว่า “นั่นเสียงอะไร” พระธุดงค์ จึงตอบว่า “ผีประจำต้นโพธิ์มันจะเข้าต้นไม้ มันไล่ท่านแล้ว” คืนต่อมาหลวงพ่อชื้น จึงขอเข้ามานั่งสมาธิอยู่ในโบสถ์ จะได้ไม่ไปรบกวนเจ้าที่เจ้าทาง หลังจากนั่งในพระอุโบสถคืนที่ 3 ใกล้รุ่ง หลวงพ่อชื้น ก็นิมิตเห็น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่งสมาธิลอยมา ถึง 3 พระองค์ และพระธรรมจักร เปล่งรัศมีโชติช่วง หมุนอยู่ระหว่างกลาง องค์พระทั้ง 3 พระองค์ เมื่อหลวงพ่อชื้นถอนสมาธิก็บังเกิดความสว่างขึ้นภายในดวงใจ เต็มไปด้วยความปิติ จะนึกสิ่งใดต้องการรู้สิ่งใดก็มีคำตอบขึ้นมาเสร็จ ท่านจึงได้เล่านิมิตให้พระธุดงค์ฟัง พระธุดงค์รูปนั้นท่านก็บอก ว่า “อาตมาหมดหน้าที่แล้ว อาตมาจะกลับไปที่บ้านเกิดของอาตมา ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดโบสถ์ อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา”

พระอาจารย์มรณภาพ

หลังจากวันนั้นแล้วพระธุดงค์องค์นั้นก็ธุดงค์กลับ แม้หลวงพ่อชื้นจะอ้อนวอนให้อยู่ต่อ เพื่อจะได้สนองคุณดูแลเมื่อยามแก่เฒ่า หลวงพ่อชื้น เล่าว่า พระธุดงค์องค์นี้ ชื่อ หลวงพ่อเสน เตชะธัมโม เป็นชาวโคราช อำเภอสูงเนิน มาอยู่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เล็ก ๆ กับพระยาท่านหนึ่ง ต่อมาได้อุปสมบทที่วัดบรมนิวาส ได้เล่าเรียนพระปริยัตธรรม วิปัสสนากรรมฐานอยู่กับ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) จนกระทั่งมีความคงแก่เรียน จึงได้ออกรุกขมูลธุดงค์หาความวิเวกไปตามสถานที่ต่าง ๆ จนกระทั่งบำเพ็ญเพียรถึงขั้นสูงสุดหลวงพ่อชื้น เล่าว่า ท่านได้ส่งกระแสจิตถึงกันอยู่เสมอ เพียงแต่นึกถึงกัน ก็สนทนากันได้แล้ว และหลังจากนั้นอีก 5 ปี พระอาจารย์เสน เตชะธัมโม ก็มรณภาพ ในท่านั่งสมาธิอยู่บนภูเขาแห่งหนึ่ง ในอำเภอสูงเนิน เมื่อหลวงพ่อชื้นทราบข่าว ก็ขึ้นไปทันที กว่าจะหาศพพบ ก็เป็นเวลา 7 วัน ปรากฏว่านั่งมรณภาพในขณะสมาธบำเพ็ญเพียรอยู่ในซอกหิน ศพไม่เน่าเปื่อยเหมือนคนหลับธรรมดา สัตว์ป่า หรือ มด แมลง ก็มิได้มาไต่ตอมหลวงพ่อชื้น ท่านก็ได้ช่วยทำการฌาปนกิจอย่างสมเกียรติ แล้วจึงเดินทางกลับ

หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก จ.อยุธยา ยังบอกว่า "ถ้าข้าไม่อยู่แล้ว ให้ไปกราบพี่ชื้น วัดญาณเสน" 

หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ยังได้บอกศิษย์ว่า ให้ไปทำบุญกับหลวงปู่ชื้น จ.อยุธยา 

หลวงปู่พรหมา เขมจาโร ยังให้ลูกศิษย์ที่เป็นฤาษี มาเก็บพระหลวงปู่ชื้น 

หลวงปู่แหวน วัดดอกแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ ยังเคยเอ็ดเอากับชาวอยุธยาว่า "ใกล้เกลือกินด่าง" หมายความว่า ชาวอยุธยาผู้นั้นเดินผ่านวัดหลวงปู่ชื้นกลับไม่รู้ว่ามีเพชรแท้อยู่หน้าบ้านตัวเอง แต่กลับไปกราบหลวงปู่แหวน ซึ่งห่างไปตั้งหลายร้อยกิโล 

ผมเคยถามท่านด้วยตัวเองว่า พระของหลวงปู่กันนิวเคลียร์ได้ใช่ไหมครับ (เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้) ท่านตอบว่า "ได้" และบอกอีกว่า นิวเคลียร์เป็นพลังทางโลกจะสู้พลังทางธรรมไม่ได้!

คำอาราธนาพระเครื่อง
ให้อาราธนาว่าดังนี้ 

ข้าพเจ้าขอพระบารมีคุณ
พระพุทโธ พระธัมโม พระสังโฆ เป็นที่พึ่ง......... หรือ
พุทธัง ฤทธิ ธัมมัง ฤทธิ สังฆัง ฤทธิ ชัยยะมังคะลัง 
เอหิ พุทธัง เอหิ ธัมมัง เอหิ สังฆัง เอหิ จิตตัง มะมะ เอหิ

ให้ท่านอาราธนาทุกเช้าค่ำแล้วท่านจะสำเร็จตามความปรารถนาตามที่ท่านอธิษฐาน

 

By : มด  email  (12/07/2556 15:25:51) IP. 182.53.59.xxx
ความคิดเห็นที่ 7

หลวงปู่ชื้น วัดญาณเสน จ.อยุธยา

ยอดคณาจารย์ผู้สำเร็จเคล็ดวิชา รัตนจักร

                 

 หลวงปู่ชื้น พุทธสโร  พระผู้กล้าแห่งกรุงศรีอยุธยา อดีตเจ้าอาวาสวัดญาณเสน เจ้าตำรับเคล็ดวิชา รัตนจักรอันลือลั่น ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์ วิชาอาคม แพทย์แผนโบราณ โดยนำความรู้ทุกแขนงมาช่วยปัดเป่าทุกข์ให้ชาวเมืองกรุงเก่า จนเป็นที่เคารพเลื่อมใสในความมีเมตตาธรรมอันสูงส่ง  นอกจากนี้ ยังมีวัตถุมงคลขลังที่มากด้วยประสบการณ์ ด้านเมตตา แคล้วคลาด

 

พื้นเพของท่านเป็นชาวหมู่บ้านไผ่ต่ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี มีนามเดิมว่า ชื้น  เกิดเมื่อวันพุธ เดือน 4 ปีมะแม  ตรงกับวันที่ 18 มี.ค. 2450 ในตระกูลของนายจัน กับนางหงิม สกุล ยอดฉิม ซึ่งประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร เบื้องต้นได้ศึกษาเล่าเรียนที่ วัดเกาะลอย ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน จากนั้นเมื่ออายุได้ 15 ปีก็บรรพชาเป็นสามเณร จนถึงอายุ 18 ปีก็ลาสิกขาออกมาช่วยบิดามารดาทำไร่ทำนาอยู่ประมาณ 3 ปี

               

ก่อนจะเข้าอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดเกาะลอย ในวันที่ 14 พ.ค. 2470 โดยมีหลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ จ.สระบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์  พระอธิการมาด วัดหนองแคเก่า เป็นพระกรรมวาจาจารย์  พระอธิการทองดี วัดเกะลอย เป็นพระอนุสาวนาจารย์  ได้รับฉายาว่า พุทธสโร

               

ท่านขยันหมั่นเพียรในการเรียนพระปริยัติธรรม จนกระทั่งพรรษาที่ 3 จึงสอบได้นักธรรมตรี ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกเรียนทางด้านนี้  เบนเข็มไปหาความรู้ทางด้านไสยเวทย์วิทยาคมจากครูบาอาจารย์ที่วัดเกาะลอย ซึ่งมีทั้งไสยเวทย์ และแพทย์แผนโบราณ เมื่อมีความรู้พอรักษาตนเองได้ จึงออกธุดงค์บำเพ็ญเพียรเสาะหาพระเกจิอาจารย์เพื่อร่ำเรียนวิชาอาคมอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มออกเดินทางจากสระบุรี เรื่อยมาจนถึงพระนครศรีอยุธยา และมาหยุดอยู่ที่วัดญาณเสน

              

ณ อารามแห่งนี้ ท่านได้ศึกษาไสยศาสตร์ วิชาแพทย์แผนโบราณ โหราศาสตร์ และเล่นแร่แปรธาตุกับพระอาจารย์สาย หรือขุนโจรย่ามแดงในอดีต และอยู่จำพรรษาตั้งแต่นั้นมา โดยพึงพอใจกับการใช้วิชาความรู้สงเคราะห์ญาติโยมที่มาให้ท่านปัดเป่า บรรเทาความเดือดร้อนอยู่หลายปีด้วยกัน ต่อมา พระอาจารย์สายได้ลาสิกขาออกไป ทำให้หลวงปู่ชื้นต้องอยู่ลำพังต้อนรับญาติโยมที่นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น กระทั่งเริ่มเบื่อหน่ายในวิชาไสยศาสตร์และคาถาอาคม 

               

ช่วงนั้นร่างกายและจิตใจของท่านเกิดความร้อนรุ่ม ประกอบกับมีข่าวเกี่ยวกับพระภิกษุรูปหนึ่งมาปักกลดอยู่หน้าวัดกุฏิทอง และมีญาติโยมไปขึ้นเยอะ ปฏิปทาของพระอาจารย์รูปนั้น เป็นที่โจษขานกันมาก โดยวันพระท่านจะไม่พูดกับใครเลย และไม่ฉันด้วย ส่วนวันธรรมดาก็จะพูดน้อยมาก อัฐบริขารมีเพียงกลด  จีวร และรองเท้าเก่าๆ ส่วนในย่ามก็มีเพียงกะลาสำหรับเป็นภาชนะใส่ข้าวและช้อนกะลาเท่านั้น

               

พระอาจารย์รูปนั้นคือ พระอาจารย์เสน เตชะธัมโม ธุดงค์มาจาก อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา  หลวงปู่ชื้นจึงไม่รีรอที่จะเข้าไปใกล้ชิด เพื่อสัมผัสพิสูจน์ตามคำโจษขานนั้น และได้รับคำทักท้วงว่า ท่านเดินผิดทางแล้ว  

               

พระอาจารย์เสนย้ำอยู่อย่างนี้หลายครั้งหลายหน จนท่านต้องนำคำพูดนั้นมาทบทวน และค่อยใช้สติ สมาธิพิจารณาความหมาย กระทั่งพบข้อเท็จจริงแห่งสัจธรรม ต่อมาทั้งสองท่าน ก็ปวารณาตนเป็นศิษย์-อาจารย์ ทบทวนศีลและพระธรรมวินัยต่างๆ โดยหลวงปู่ชื้นได้นำตำราด้านไสยศาสตร์ วิชาอาคมต่างๆที่ได้เล่าเรียนมาแต่ต้นเผาทิ้งจนหมดสิ้น และได้ร่วมปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดกับพระอาจารย์เสน พร้อมกับนิมนต์มาอยู่จำพรรษาด้วยกันที่วัดญาณเสน

           

จากปฏิปทาที่เปลี่ยนแปลงไปของท่าน จึงมีเสียงครหาไปในทางไม่สู้ดี แต่ท่านก็ไม่สนใจ ยังคงมุ่นปฏิบัติต่อไปจนถึงขั้นอุกฤษณ์ใต้ต้นโพธิ์ข้างโบสถ์เป็นเวลา 1 เดือน ด้วยการนั่งสมาธิตลอดเวลา ยกเว้นเวลาฉัน ปัสสาวะ อุจจาระเท่านั้น เพียง 24 วันจากการเริ่มต้นปฏิบัติ ท่านก็สำเร็จสุดยอดวิชา รัตนจักร 

 

พร้อมกันนั้น ก็ถูกร้องเรียนให้คณะสงฆ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาพิจารณาปฏิปทาเพี้ยนๆ เป็นต้นว่า ชอบอยู่อย่างสมถะ สันโดษ ข้าวของที่ญาติโยมนำมาถวาย ใครจะหยิบฉวยเอาไป ก็ไม่ว่ากล่าวห้ามปราม  หมู หมา ไก่ นก ฯลฯ จะมาอยู่ภายในวัดและสร้างความสกปรกอย่างไร ท่านก็วางเฉยไม่ดำเนินการใดๆ จึงมีคำสั่งปลดท่านออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส

           

หลวงปู่ชื้นมิได้อนาทรร้อนใจแต่อย่างใด เพียงแต่ขอทางคณะสงฆ์ว่า การแต่งตั้งเจ้าอาวาสแทนท่านนั้น ขอให้พิจารณาและแต่งตั้งพระจากวัดญาณเสนเท่านั้น ทว่า  ในความรู้สึกของชาวบ้านและญาติโยมที่เข้าใจและรู้ซึ้ง ก็ยังคงเคารพนับถือในหลวงปู่ชื้น และศรัทธาในความเข้มขลังจากวัตถุมงคลที่ท่านได้อธิษฐานจิตด้วยการอัญเชิญพระรัตนจักรสู่วัตถุมงคลนั้นๆ มาจนกระทั่งวาระสุดท้ายในชีวิตท่าน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 46  สิริอายุได้ 97 ปี และได้จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันที่ 26 พ.ย 2549

 

หลวงปู่ชื้นท่านมีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทั่วทุกสารทิศ นอกจากในประเทศแล้ว ยังมีศิษย์ที่เป็นชาวมาเลเซียและสิงคโปร์เป็นจำนวนมาก  ท่านเริ่มสร้างวัตถุมงคลเป็นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2513 มีหลายแบบพิมพ์ทั้งเหรียญ และพระเนื้อผงชนิดต่างๆรวมทั้งเครื่องราง  ที่ดังสุดๆก็คือ พระขุนแผนแขนอ่อน  ซึ่งกล่าวขานกันว่าเยี่ยมยอดในด้านเมตตามหานิยม 

 

ผ่านไปแถวกรุงเก่าอย่าลืมแวะเข้าวัดญาณเสน เพราะยังมีพระเครื่องวัตถุมงคลของหลวงปู่ชื้นบางรุ่นบางพิมพ์ให้จับจองเป็นเจ้าของกัน 

By : มด  email  (12/07/2556 15:33:28) IP. 182.53.59.xxx
Total: 7:               
 
    
เสนอความคิดเห็น
รายละเอียด : *
รูปภาพ :
(นามสกุลไฟล์ควรเป็น [ jpg , jpeg , gif ] และไฟล์ไม่เกิน 100 Kb)
ชื่อ : *
อีเมล์ :
* กรุณากรอกตัวอักษรและตัวเลขให้ถูกต้อง
 
สินค้า/บริการ แนะนํา
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 28 นิ้ว (แบบ A)
ราคา 150.00 บ.
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 26 นิ้ว (แบบ B)
ราคา 150.00 บ.
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 28 นิ้ว (แบบ C)
ราคา 150.00 บ.
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 28 นิ้ว (แบบ D)
ราคา 160.00 บ.
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 28 นิ้ว (แบบ E)
ราคา 170.00 บ.
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 26 นิ้ว (แบบ G)
ราคา 180.00 บ.
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 28 นิ้ว (แบบ H)
ราคา 180.00 บ.
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 28 นิ้ว (แบบ I)
ราคา 180.00 บ.
สร้อยคอแสตนเลสอย่างดี ยาว 28 นิ้ว (แบบ J)
ราคา 200.00 บ.
สร้อยคอยางยืด สีดำ ขนาด 16 นิ้ว
ปิดรายการแล้วครับ (SOLD)
สร้อยคอยางยืด สีดำ ขนาด 18 นิ้ว
ราคา 30.00 บ.
พระบูชารูปเหมือนหลวงปู่ดู่ ขนาด 9 นิ้ว เนื้อผงพุทธคุณผสมปูน
โชว์พระ (ไม่ออกให้บูชาครับ)
พระบูชาพิมพ์หลวงปู่ทวด ขนาด9นิ้ว เนื้อผงพุทธคุณผสมปูน หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
โชว์พระ (ไม่ออกให้บูชาครับ)
พระบูชาพิมพ์หลวงพ่อเกษมเขมโก ขนาด9นิ้ว เนื้อผงพุทธคุณผสมปูน หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
โชว์พระ (ไม่ออกให้บูชาครับ)
เหรียญหลวงพ่อทวดรุ่นแระวัดพะโคะปี06แชมป์ๆนิยมผิวเดิมเลี่ยมทอง
โชว์พระSHOW
พระเหนือพรหมพิมพ์ใหญ่แบบพิมพ์ไม่มีกรอบ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
โชว์พระ
พระพรหมพิมพ์ใหญ่ปี17(มีกรอบ) หลวงปู่ดู่วัดสะแก
โชว์พระ (ONLY SHOW)
พระพิมพ์เศียรพระพรหมพิมพ์ใหญ่ หลวงปู่ดู่วัดสะแก
โชว์พระ (ONLY SHOW)
พระเหนือพรหมพิมพ์ใหญ่ปี17(ไม่มีกรอบ) มีพระธรรมธาตุเสด็จหลังบูชาเพียบ
โชว์พระธรรมธาตุของที่ลูกค้าบูชาไปแล้วครับ
แผ่นน้ำมนต์ หลวงปู่ดู่ วัดสะแก
โชว์พระ (ONLY SHOW)
เทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ย หลวงตาอ๋อย
โชว์พระ (ONLY SHOW)
เหรียญกายสิทธิ์ เนื้อเงิน หลังพระนเรศวร
โชว์พระ (ONLY SHOW)
พระคำข้าว ปิดทองเดิมจากวัด
โชว์พระ (ONLY SHOW)
พระหางหมาก หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
โชว์พระ (ONLY SHOW)
สมเด็จองค์ปฐม พระธาตุ 5 องค์
โชว์พระ (ONLY SHOW)
มีดหมอปากการุ่นแรกหลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้
โชว์มีดหมอปากการุ่นแรกหลวงพ่อเอื้อนวัดวังแดงใต้ เพื่อการศึกษา
เหรียญพระพุทธชินราชอินโดจีน 2485 พิมพ์สระอะจุด สวย ๆ
รายการนี้มีผู้บูชาไปแล้วครับ

หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  บทความ  |  เกี่ยวกับเรา  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.