รายละเอียด:
รายการนี้มีผู้บูชาไปแล้วครับ
เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่นกระโดดบาตร ปี30 (ตอนที่ 2)
ข้าพเจ้า นายชาญชัย ก่อเกียรติสกุลชัย จบการศึกษาปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันทำงานที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนากระบวนการทำงานธนาคารกสิกรไทย และมีเชื้อสายจีนเต็มตัว เดิมข้าพเจ้าไม่มีความสนใจในแก่นหรือหลักของพระพุทธศาสนา เพียงแต่มีความเข้าใจอย่างผิวเผิน และได้ประสบเหตุการณ์บางอย่างในการทำงานในต่างจังหวัด ทำให้มีความสนใจในเรื่อง พระพุทธคุณ ( พระพุทธคุณ คือ พลังงานที่อยู่ในพระ ) ว่าจะมีจริงหรือเปล่า จึงได้เสาะแสวงหาพระเครื่องของพระเกจิอาจารย์และพระกรุต่างๆ จากหนังสือพระเครื่องหลายฉบับ โดยเสียเงินในการเช่าบูชาเป็นจำนวนมากพอสมควร เนื่องจากข้าพเจ้ามีพระเครื่องจำนวนมากมาย ทำให้ไม่มีการจัดเก็บให้เป็นที่เรียบร้อย
มารดาข้าพเจ้าซึ่งเป็นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ( เรียกว่า เป็นคนต่างด้าว ) และมีความนับถือในพระศาสดากับพระโพธิสัตว์กวนอิม โยมมารดาเคยเล่าให้ฟังว่า ท่านได้สวดมนต์ทำสมาธิมาตั้งแต่เมื่ออายุเพียง 15 ปี ตั้งแต่สมัยอยู่ในประเทศจีน จนมีอายุในขณะนี้ 70 ปี และตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าจำความได้ ก็เห็นมารดาสวดมนต์บูชาพระพุทธองค์และพระโพธิสัตว์กวนอิมทุกวันในช่วงเย็นไม่น้อยกว่าวันละ 3 ชั่วโมง โดยปกติลูกหลานจะทราบเพียงแต่ว่า มารดาข้าพเจ้ามีความสามารถในการทำนายโหงวเฮ้ง ( โหงวเฮ้ง หมายถึง การดูตรงหน้า ดูลักษณะ 5 อย่าง เช่น ดูตา ใบหู จมูก เป็นต้น ) ได้อย่างเม่นยำมาก แต่จะบอกเฉพาะลูกหลานหรือญาติเท่านั้น จนมากระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง มารดาได้ให้ข้าพเจ้าไปจัดเก็บพระเครื่องต่างๆ ที่วางไว้ระเกะ ระกะให้เป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากเป็นวันหยุด ข้าพเจ้าจึงนำพระเครื่องทั้งหมดออกมาทำความสะอาดแล้ววางไว้บนโต๊ะ มารดาข้าพเจ้า ( ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว ) ได้เดินมาที่โต๊ะที่วางพระเครื่องจำนวนหลายร้อยองค์ของข้าพเจ้า พร้อมกับได้หยิบพระเครื่องแยกออกมาจำนวนหนึ่งประมาณ 4-5 องค์ แล้วเลือกพระเครื่องออกมาเพียง 1 องค์ยื่นให้ข้าพเจ้า องค์ที่เหลือได้วางกลับลงไปที่เดิม เนื่องจากมารดาเป็นคนจีนพูด
ไทยชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ได้พูดภาษาจีนแปลเป็นไทยได้ว่า พระเครื่องที่หยิบมาทุกองค์มีพลังหรือพุทธคุณสูงมาก แต่องค์ที่พุทธคุณสุดยอดคือองค์นี้ ซึ่งในภายหลังข้าพเจ้าทราบว่าเป็น เหรียญสี่เหลี่ยมเล็ก ทองแดงรมสีน้ำตาล รูปหลวงพ่อทวด วัดช้างไห้ สร้างเมื่อปี 2530 อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวโดย หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อยุธยา ซึ่งบางคนเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า รุ่นกระโดดบาตร มารดาได้กล่าวย้ำให้ข้าพเจ้านำไปเลี่ยมทองแขวนคอไว้เป็นมงคลแก่ตัว โดยปกติมารดาไม่เคยสนใจในเรื่องพระเครื่อง และอ่านภาษาไทยไมได้เลย แต่ท่านจะตักบาตรทุกวันและนับถือหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี กับ สมเด็จพระพุฒโฆษาจารย์ ( ฟื้น ) วัดสามพระยา ข้าพเจ้ามีความสงสัยเป็นอย่างมากว่า มารดาทราบได้อย่างไรว่าองค์ไหนมีพุทธคุณสูง และท่านสามารถตรวจสอบได้จริงหรือไม่ พระเครื่ององค์ดังกล่าวเป้นพระที่ข้าพเจ้าได้รับจากการทำบุญกับเพื่อน เป็นพระรุ่นใหม่และไม่มีราคาเช่าหาแต่อย่างใด จึงสอบถามมารดาว่า แม่รู้ได้อย่างไรว่าพระองค์นี้ดีและองค์ที่วางลงไปมีพุทธคุณน้อยกว่า ( พระที่มารดาวางลงไป 3-4 องค์ ล้านเป็นพระเครื่องที่นิยมในวงการและมีราคาเช่าหาสูงในระดับหลักหมื่นขึ้นไปทั้งสิ้น ) ข้าพเจ้าได้เลือกพระองค์ที่บูชามาในราคาสูงมาให้ตรวจสอบอีกจำนวนหนึ่ง ผลก็คงเป็นเช่นเดิม มารดาบอกว่า พระองค์นี้ ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ) ดีมาก เป็น ผ่อสัก ( คือ พระโพธิสัตว์ เหมือนกับ เจ้าแม่กวนอิม ) ให้นำไปเลี่ยมแขวนที่คอ หากไม่มีเงินก็จะให้ ข้าพเจ้าแย้งว่า พระองค์นี้ได้มาจากการทำบุญราคาถูกมาก จะดีกว่าพระองค์ที่มีราคาแพงๆ ได้อย่างไร ? มารดาบอกว่า พระองค์ราคาแพงมีพุทธคุณสูง มีลักษณะพลังงานแบบสายน้ำที่ไหลเรื่อยๆ มาไม่ขาดสาย แต่พระองค์ที่เลือกให้ ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ) มีพุทธคุณสูงสุด มีพลังงานเหมือนกับน้ำตกที่ไหลแรงมากและไม่ขาดสายเช่นกัน ข้าพเจ้ายังไม่เชื่อว่ามารดาจะตรวจสอบพุทธคุณได้จริงๆ จึงได้ไปยืมพระเครื่องที่มีราคาเช่าหาในหลักแสนมา 2 องค์ ให้มารดาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง ปรากฏว่ามารดาก็ยังยืนยันเหมือนเช่น เดิม แต่ข้าพเจ้าก็ยังแคลงใจ จึงได้พิสูจน์อีกครั้งหนึ่ง โดยนำกล่องใส่พระที่ปิดสนิท 3 กล่อง - กล่องที่ 1 บรรจุพระเหรียญหลวงปุ่ทวด รุ่น กระโดดบาตร - กล่องที่ 2 บรรจุพระเก่าราคาแพง - กล่องที่ 3 บรรจุเม็ดลูกอมกิมจ๊อ ไม่สามารถมองเห็นว่าข้างในกล่องมีอะไร แม้แต่ข้าพเจ้าเองก็ไม่ทราบ เพราะได้วางสลับไปสลับมาจนตัวเองก็งง มารดาได้ยกกล่องใส่พนมมือทีละกล่อง โดยบอกว่า กล่องนี้มีพระองค์ที่มีพุทธคุณเยี่ยมยอด ( เหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น กระโดดบาตร ) ส่วนกล่องนี้พุทธคุณเบาบางมาก ( พระเก่า ) อีกกล่องท่านได้โยนทิ้งถังขยะ กล่องที่ถูกทิ้งถังขยะเป็นกล่องที่บรรจุเม็ดลูกอมกิมจ๊อ จึงทำให้ข้าพเจ้าเริ่มสนิทใจว่า มารดาตรวจสอบพุทธคุณได้จริง และพุทธคุณมีจริง จากจุดนี้ทำให้ผู้เขียนสอบหาพระเครื่องที่ปลุกเสกโดย หลวงปู่ดู่ วัดสะแก มาโดยตลอด แม้ในทุกวันนี้ ต่อมาได้อ่านหนังสือ พระผู้จุดประทีปในดวงใจ ทำให้สนใจเริ่มค้นคว้าคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างจริงจังและนำมาปฏิบัติธรรม จึงขอสนับสนุนแนวทางที่ หลวงปู่ดู่ วางไว้ว่า ติดวัตถุมงคล ดีกว่าติดวัตถุอัปมงคล เมื่อสามารถฝึกจิตตนเองและปฏิบัติธรรมได้อย่างจริงจังแล้ว ก็จะค้นพบของดีวิเศษในตนเอง ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง
ที่มา : นะโภคทรัพย์